รูปแบบการจัดอบรม:  Onsite Workshop and Presentations

จำนวนผู้เข้าอบรม: 250 คน

จำนวนรุ่นที่เปิด: 2 รุ่น 

ระยะเวลาอบรม: Onsite Workshop: รวม 12 ชั่วโมง

รุ่นการอบรม

รอบที่ 1 :
26-27 ก.ย. 2569 คณะเทคโนโลยีอาหาร ชีวภาพและนวัตกรรม ม.อัสสัมชัญ

รอบที่ 2 :
3-4 ต.ค. 2569 โรงแรมเวสต์เกต เรสซิเดนซ์ จ.นนทบุรี

 

รายละเอียดหลักสูตร:

หลักสูตรที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมเคมีแบบดั้งเดิมสู่ อุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio-Manufacturing) โดยใช้เทคโนโลยี การหมักแม่นยำ (Precision Fermentation) เพื่อผลิตสารสำคัญมูลค่าสูง (High-value Compounds) เช่น โปรตีนฟังก์ชันนัล, เอนไซม์เฉพาะทาง, วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระหายาก ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การออกแบบ โรงงานเซลล์จิ๋ว (Microbial Cell Factories) ผ่านการโปรแกรมทางพันธุกรรม การใช้วัตถุดิบยั่งยืนเพื่อลดต้นทุน และการขยายขนาดการผลิต (Upscaling) สู่ระดับอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร:

  1. Bio-System Design: เพื่อให้ผู้เรียนสามารถออกแบบและปรับแต่งเส้นทางเมตาบอลิซึมของจุลินทรีย์ (Metabolic Engineering) ให้ผลิตสารสำคัญเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. Process Optimization: เพื่อให้ผู้เรียนเชี่ยวชาญการควบคุมสภาวะการหมักขั้นสูงด้วยระบบดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time
  3. Circular Bio-economy: เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ทรัพยากรหมุนเวียนและลดรอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) ในกระบวนการผลิตสารสำคัญ
  4. Commercial Readiness: เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจมาตรฐานการผลิต (GMP/HACCP) และการผลักดันสารสำคัญเข้าสู่ตลาดระดับโลก

หัวข้อหลัก:

Module 1: The Bio-Factory Architect (การออกแบบโรงงานเซลล์)

  • Genetic Programming: การใช้เทคโนโลยี CRISPR และ Synthetic Biology เพื่อติดตั้ง “ชุดคำสั่ง” ในการผลิตสารสำคัญ
  • Custom Chassis Programming: การออกแบบ “เซลล์เจ้าบ้าน” (Chassis) ให้มีความทนทานต่อสารพิษ (Toxicity Tolerance) ที่เกิดขึ้นระหว่างผลิต เพื่อให้เซลล์ไม่ตายก่อนได้ปริมาณสารที่ต้องการ
  • Multiplexed Pathway Engineering: ใช้เทคโนโลยี CRISPR-Cas9/Prime Editing เพื่อติดตั้งชุดคำสั่งหลายจุดพร้อมกัน (Multi-gene stacking) สร้างเส้นทางชีวสังเคราะห์ใหม่ที่ไม่เคยมีในธรรมชาติ
  • In-silico Strain Design: การใช้ Machine Learning และ Genome-Scale Metabolic Models (GEMs) จำลองการไหลของเมตาบอลิซึม (Flux Balance Analysis) เพื่อทำนายผลลัพธ์ก่อนลงมือทำในแล็บจริง

Module 2: Advanced Bioprocess Programming (การโปรแกรมกระบวนการทางชีวภาพ)

  • Dynamic Metabolic Steering: เทคนิคการควบคุมสภาวะแวดล้อม (pH, DO, Carbon Source) แบบแปรผันตามเวลา เพื่อ “สั่ง” ให้เซลล์หยุดโตและเริ่มผลิตสาร (Phase Switching) อย่างแม่นยำ
  • PAT & Real-time Analytics: การใช้ Raman Spectroscopy และเซนเซอร์อัจฉริยะวิเคราะห์ความเข้มข้นของสารสำคัญแบบวินาทีต่อวินาที โดยไม่ต้องสุ่มตัวอย่างออกมาตรวจ
  • Next-Gen Downstream Intensification: การใช้เทคนิค Continuous Purification (เช่น Simulated Moving Bed Chromatography) เพื่อแยกสารสำคัญให้บริสุทธิ์ระดับเข้มข้นสูงสุดโดยไม่หยุดกระบวนการผลิต

Module 3: Advanced Functional Synthesis (Bio-Molecular Design)

  • Tailor-made Proteins & Enzy-Design: การใช้ AI (เช่น AlphaFold) ออกแบบโครงสร้างเอนไซม์และโปรตีนทางเลือกให้มีความเสถียรต่อความร้อนและการเก็บรักษาได้ดีกว่าสารจากธรรมชาติ
  • Complex Metabolite Synthesis: การสังเคราะห์โมเลกุลที่มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม Rare Polyphenols หรือไขมันโครงสร้างพิเศษที่พบเฉพาะในน้ำนมแม่
  • Post-Translational Modification Control: การโปรแกรมเซลล์ให้ทำการปรับแต่งโมเลกุลหลังการสังเคราะห์ (เช่น Glycosylation) เพื่อให้สารสำคัญออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพในร่างกายมนุษย์
  • Alternative Proteins & Enzymes: การผลิตโปรตีนทางเลือกและเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยา
  • Bio-Active Molecules: การสังเคราะห์วิตามิน, ไขมันดี (Omega-3 จากสาหร่าย), และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความเสถียรสูง

Module 4: Global Scaling & Bio-Economic Sustainability

  • Autonomous Upscaling Logic: การใช้ AI ทำนายพฤติกรรมการไหลเวียน (Fluid Dynamics) ในถังหมักขนาด 10,000+ ลิตร เพื่อป้องกันปัญหา “Hot Spot” หรือจุดที่เซลล์ขาดออกซิเจน
  • C1 & Non-Food Feedstock Integration: การเปลี่ยนจากการใช้น้ำตาล สู่การใช้ก๊าซ CO2, Methanol หรือขยะอุตสาหกรรมมาเป็นพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและสร้าง Negative Carbon Footprint
  • Techno-Economic Analysis (TEA) & Global Compliance: การประเมินจุดคุ้มทุนเชิงลึกและการเตรียมเอกสารสำหรับการรับรอง Novel Food ในระดับสากล (GRAS, EFSA)
  • Life Cycle Assessment (LCA): การประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างธุรกิจสีเขียว

ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes):

  1. ด้านการออกแบบชีวภาพขั้นสูง (Advanced Bio-Design Excellence)
  • สามารถสร้างและจำลองแบบจำลองเมตาบอลิซึมระดับจีโนม (Genome-Scale Metabolic Models) เพื่อทำนายผลลัพธ์การผลิตสารสำคัญก่อนการลงมือปฏิบัติจริงในแล็บ
  • สามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือตัดแต่งพันธุกรรมขั้นสูง (Multiplex CRISPR-Cas9) เพื่อออกแบบชุดคำสั่งทางชีวภาพที่ซับซ้อนในเซลล์เจ้าบ้าน (Chassis) ชนิดต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ
  1. ด้านวิศวกรรมกระบวนการดิจิทัล (Digital Bioprocess Engineering)
  • สามารถออกแบบระบบการควบคุมการหมักแบบ Dynamic Steering โดยใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์แบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Yield) ให้สูงสุด
  • สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาคอขวดในขั้นตอนการแยกบริสุทธิ์ (Downstream Intensification) เพื่อให้ได้สารสำคัญที่มีความบริสุทธิ์สูงระดับ Pharmaceutical Grade
  1. ด้านการสังเคราะห์โมเลกุลเชิงนวัตกรรม (Innovative Molecular Synthesis)
  • สามารถประยุกต์ใช้ AI ในการออกแบบโครงสร้างโมเลกุลโปรตีนและเอนไซม์ (Protein Design) เพื่อสร้างสารฟังก์ชันนัลที่มีความเสถียรและประสิทธิภาพเหนือกว่าสารในธรรมชาติ
  • สามารถบูรณาการกระบวนการสังเคราะห์สารสำคัญเข้ากับวัตถุดิบทางเลือกที่ไม่ใช่อาหาร (Non-Food Feedstock) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  1. ด้านยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและความยั่งยืน (Industrial Strategy & Sustainability)
  • สามารถคำนวณและประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์เทคโนโลยี (Techno-Economic Analysis) และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (LCA) ในระดับการผลิตสเกลอุตสาหกรรม
  • สามารถวางแผนการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและจริยธรรมทางชีวภาพให้สอดคล้องกับกฎระเบียบอาหารใหม่ (Novel Food Regulations) ในระดับสากล

 

รูปแบบการประเมินผล

  1. In-Silico Design: ประเมินการออกแบบสายพันธุ์และจำลองเมตาบอลิซึมผ่านซอฟต์แวร์ AI

 

FOLLOW US