รูปแบบการจัดอบรม:  Online Lecture, Onsite Workshop and Presentations

จำนวนผู้เข้าอบรม: 250 คน

จำนวนรุ่นที่เปิด: 3 รุ่น 

ระยะเวลาอบรม: Onsite Workshop:  18 ชั่วโมง

รุ่นการอบรม

รอบที่ 1 :
10 – 11 ต.ค. 2569 คณะเทคโนโลยีอาหาร ชีวภาพและนวัตกรรม ม.อัสสัมชัญ

รอบที่ 2 :
14 – 15 พ.ย. 2569 โรงแรมเวสต์เกต เรสซิเดนซ์ จ.นนทบุรี

รอบที่ 3 :
21- 22 พ.ย. 2569 โรงแรมสุวรรณา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จ.ชัยนาท

 

รายละเอียดหลักสูตร:

หลักสูตรนี้สร้างผู้เรียนให้เป็น Bio-Upcycler ผู้สามารถแปลง waste และ side-stream ให้เป็น bio-ingredients ที่มีมูลค่าเชิงฟังก์ชันและเชิงคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยใช้วิธีคิดแบบ ingredient architecture และ system-level bio-design ที่ช่วยให้วัตถุดิบหนึ่งชนิดสามารถใช้ได้ในหลายผลิตภัณฑ์ (multi-application) พร้อมสร้างผลกระทบเชิงคาร์บอนบวก (Carbon-positive Impact) ในระบบอาหาร โดยผู้เรียนจะได้ทั้งการมองอนาคต (Future Scenario) และการใช้งานจริงในอุตสาหกรรม (Industrial Use-case) ผ่านการออกแบบต้นแบบวัตถุดิบ (Ingredient Prototype) และเส้นทางการเข้าตลาดแบบ B2B

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร:

  1. เพื่อพัฒนาความเข้าใจระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบชีวภาพ (Bio-Upcycling) ในระบบอาหาร
  2. เพื่อสร้างทักษะการออกแบบสมรรถนะของวัตถุดิบเชิงชีวภาพ (Functional Performance Architecture) สำหรับการใช้งานในหลายผลิตภัณฑ์
  3. เพื่อส่งเสริมการประเมินศักยภาพเชิงคาร์บอน (Carbon Logic) และผลกระทบเชิงระบบของวัตถุดิบต่ออุตสาหกรรมอาหาร
  4. เพื่อพัฒนาต้นแบบวัตถุดิบและเส้นทางการเข้าตลาดแบบ B2B (Ingredient Prototype & Industrial Interface)

หัวข้อหลัก:

Module 1: วิศวกรการเพิ่มมูลค่าชีวภาพ (The Bio-Upcycler)

  • Biomass Deconstruction: ถอดโครงสร้าง side-stream/biomass ให้เป็นหน่วยโมเลกุลดิบสำหรับการออกแบบฟังก์ชัน
    Molecular Relay: เปลี่ยน biomass ที่เคยเป็นของเสียให้กลายเป็นโมเลกุลต้นทาง และออกแบบให้เป็น bio-ingredient ที่มีสมรรถนะเชิงอุตสาหกรรม
    Multi-Application Logic: ตรรกะการใช้งานวัตถุดิบ 1 ชนิดในหลายระบบอาหาร
    Circular System Mapping: แมปเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับสารและอุตสาหกรรม
    Impact Reframing: เปลี่ยน “ขยะ” เป็น “Carbon-asset” ไม่ใช่ Value-added ปกติ

Module 2: สถาปัตยกรรมสมรรถนะวัตถุดิบ (Ingredient Architecture)

  • Performance Engineering: ออกแบบ functional performance เช่น solubility, emulsification, foaming, stability
    Compatibility Programming: การ match วัตถุดิบกับ matrix อาหาร (dairy-analog, meat-analog, beverage system)
    Functional Scalability: ประเมิน performance เมื่อ scale-up จากการทดสอบ ปรับสเกล และการใช้งานในอุตสาหกรรม
    Molecular-to-Market Transition: การแปลง performance เป็น business value
    Application Spec Design: ออกแบบ spec สำหรับตลาด B2B ไม่ใช่ consumer product

Module 3: วิศวกรรมผลกระทบเชิงคาร์บอนบวก (Carbon-Positive Engineering)

  • Carbon Logic: วางตรรกะเชิงคาร์บอนของ bio-ingredients ในระดับโมเลกุล สู่ระบบอาหาร
    Sustainable vs Circular vs Carbon-Positive: แยก narrative ที่วงการอาหารสมัยใหม่ใช้ผิดบ่อย
    Bio-Valorization Economics: เศรษฐศาสตร์ของการเพิ่มมูลค่าชีวภาพ (ไม่ใช่ต้นทุนการผลิตธรรมดา)
    Impact Synchronization: เชื่อมประเด็นด้านคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน โภชนาการ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเป็นไปได้ทางธุรกิจเข้าด้วยกัน
  • Future Food Scenario: การทำนายระบบอาหารที่จะต้องใช้ carbon-positive ingredients

 

Module 4: อินเตอร์เฟสระหว่างวัตถุดิบกับอุตสาหกรรม (Industrial Interface)

  • B2B Integration: กลไกการยอมรับวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร (ingredient adoption mechanics)
    Spec Sheet Engineering: การสร้าง Ingredient & Application Spec Sheet ตาม format ของ industry
    Regulatory Entry: Novel Food / GRAS / Additive / Safety & Purity pathways
    Supply-Chain Fit: วัตถุดิบต้องเข้า ecosystem ไหนถึงจะ scale ได้
    Interface-First Thinking: ออกแบบ ingredient เพื่อให้ “เข้าระบบ” มากกว่า “เข้าตลาด”

Module 5: ห้องทดลองต้นแบบวัตถุดิบ (Prototype Studio)

  • Prototype Assembly: สร้างต้นแบบวัตถุดิบพร้อม functional profile
    Multi-Scenario Simulation: ทดลองการใช้งานในหลาย application sector
    Circular + Carbon + Market Fit: ใช้สามตัวแปรแทน sensory + consumer แบบ functional food
    Pitching for Industry: นำเสนอแบบ B2B และ ecosystem adoption
    Portfolio as Identity: ผู้เรียนจะสร้าง portfolio ในฐานะ Bio-Upcycler / Ingredient Architect

ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes):

ผู้เรียนจะสามารถ:

  1. ด้านความรู้เชิงระบบและเทคโนโลยีชีวภาพ (Systems & Bio-Upcycling Literacy)
  • วิเคราะห์วัตถุดิบเหลือใช้หรือ side-stream และระบุเส้นทางการเพิ่มมูลค่าชีวภาพ (Bio-Valorization Pathways)
    • อธิบายความสัมพันธ์ของการเปลี่ยน biomass ที่เคยเป็นของเสียให้กลายเป็นโมเลกุลต้นทาง และออกแบบให้เป็น bio-ingredient ที่มีสมรรถนะเชิงอุตสาหกรรม ในระบบอาหาร
    • ประเมิน Functional Performance ของ bio-ingredients เช่น solubility, foaming, emulsification, stability
    • เข้าใจกลไก Circular Bioeconomy และ Carbon-Positive Logic ในระดับวัตถุดิบและอุตสาหกรรมอาหาร
  1. ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการออกแบบวัตถุดิบ (Ingredient Architecture & Tech Application)
  • ออกแบบและปรับคุณสมบัติวัตถุดิบเพื่อให้เข้ากับ matrix อาหารหลายประเภท (Multi-application Fit)
    • ทดสอบและประเมินสมรรถนะของวัตถุดิบในระดับแล็บ ปรับสเกลที่ระดับนำร่อง และนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม
    • จัดทำ Ingredient Specification Sheet และ Application Sheet สำหรับตลาด B2B
    • พยากรณ์ความเหมาะสมในการใช้งานใน ecosystem อาหารยุคใหม่ เช่น Alt-Protein, Beverage, Nutraceutical
  1. ด้านนวัตกรรม แนวคิดเชิงคาร์บอน และเศรษฐศาสตร์หมุนเวียน (Circular Innovation & Carbon-Positive Design)
  • ประเมิน techno-economic feasibility ของวัตถุดิบในบริบท Bio-Upcycling และ Carbon-Positive
    • บูรณาการข้อมูลด้านคาร์บอน ความหมุนเวียน โภชนาการ และศักยภาพทางธุรกิจเข้าด้วยกันในกรอบเดียว
    • สร้างต้นแบบวัตถุดิบ (Ingredient Prototype) และพัฒนา use-case ที่ตอบโจทย์ Carbon / Circular / Market
    • ใช้ Scenario Thinking เพื่อเชื่อมวัตถุดิบเข้ากับ Future Food Systems
  1. ด้านการสื่อสาร การนำเสนอ และความเป็นมืออาชีพ (Professional, Regulatory & Industry Interface)
  • นำเสนอวัตถุดิบหรือ Prototype ในรูปแบบ B2B ต่อผู้เชี่ยวชาญและอุตสาหกรรม
    • ประเมินเส้นทางการเข้าตลาด (Market Entry Pathways) เช่น Novel Food / GRAS / Safety & Purity
    • เข้าใจ Supply-Chain Fit และปัจจัยการยอมรับของอุตสาหกรรม (Ingredient Adoption Mechanics)
    • พัฒนาผลงานเป็น Portfolio ในฐานะ Bio-Upcycler หรือ Ingredient Architect

รูปแบบการประเมินผล

  1. Master Prototype Pitch นำเสนอต้นแบบวัตถุดิบต่อผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรม
  2. Ingredient Specification & Application Sheet จัดทำข้อมูลสมรรถนะและการใช้งานสำหรับตลาด B2B
  3. Valorization & Carbon Mapping วิเคราะห์เส้นทางการเพิ่มมูลค่าและผลกระทบเชิงคาร์บอน

 

FOLLOW US